บล็อก

ประวัติการมอบดอกไม้ ประเพณีนี้มีมานานแค่ไหน?

ประวัติการมอบดอกไม้ ประเพณีนี้มีมานานแค่ไหน?

คำพูดสั้น ๆ ของนักท่องเที่ยวคนหนึ่งทำให้เราสงสัยว่า มนุษย์มอบดอกไม้ให้กันมานานแค่ไหน คำตอบพาเราย้อนไปตั้งแต่หลุมฝังศพก่อนยุคประวัติศาสตร์และช่อดอกไม้ของอียิปต์โบราณ จนถึงร้านดอกไม้ในปัจจุบัน เรื่องราวนี้กินเวลานับพันปี

แชร์

ไม่นานมานี้ ระหว่างที่เราคุยกับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันคนหนึ่ง เขาพูดทำนองว่า “แต่การส่งดอกไม้เป็นเรื่องใหม่ไม่ใช่หรือ? ผมไม่คิดว่าคนเราทำแบบนี้กันมานานเท่าไร”

นี่เป็นเพียงใจความที่เราจำได้ แต่คำถามของเขายังคงติดอยู่ในใจ หากคำว่า “ส่งดอกไม้” หมายถึงการสั่งช่อที่จัดอย่างประณีตทางออนไลน์ แล้วให้จัดส่งไปถึงหน้าประตูของใครสักคน เขาก็พูดถูก เพราะวิธีนี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน แต่ตัวการมอบดอกไม้เองล่ะ? มนุษย์ตัดดอกไม้ นำมาจัด และมอบความหมายให้ดอกไม้มาตั้งแต่เมื่อไร?

คำตอบทำให้เราประหลาดใจ เรื่องนี้ไม่ได้ย้อนกลับไปเพียงหลักร้อยปี แต่ยาวนานนับพันปี และอาจเก่าแก่กว่านั้นมาก

ดอกไม้ก่อนยุคประวัติศาสตร์

ดอกไม้แทบไม่หลงเหลือในหลักฐานทางโบราณคดี กลีบดอกย่อยสลาย ก้านหายไป และแม้แต่การจัดวางอย่างประณีตก็กลับคืนสู่ดินในเวลาไม่นาน สิ่งที่ยังคงอยู่จากยุคแรกเริ่มจึงมีคุณค่าเป็นพิเศษ

ที่ถ้ำราเกเฟต (Raqefet Cave) ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล นักโบราณคดีพบรอยประทับของพืชมีดอกใต้หลุมฝังศพหลายแห่งของผู้คนในวัฒนธรรมนาทูเฟียน เมื่อราว 13,700–11,700 ปีก่อน พืชเหล่านี้ดูเหมือนถูกใช้ปูพื้นหลุมก่อนวางร่างผู้เสียชีวิตลงไป

เราไม่อาจรู้แน่ชัดว่าสิ่งนี้มีความหมายอย่างไร ดอกไม้อาจเติมสีสันหรือกลิ่นหอมให้การฝังศพ อาจมีความหมายที่คนในชุมชนเข้าใจร่วมกัน หรืออาจเพียงทำให้สถานที่พักสุดท้ายงดงามขึ้น จะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าช่อดอกไม้ในความหมายปัจจุบันก็คงเกินจริง ถึงอย่างนั้น การค้นพบนี้บอกเราว่ามนุษย์ตั้งใจวางดอกไม้ไว้รอบผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่ก่อนมีภาษาเขียนที่จะบอกเราได้ว่าทำไม

นี่คือเหตุผลที่ประวัติศาสตร์ส่วนนี้ติดตามได้ยาก ดอกไม้สลายไป ส่วนความรู้สึกเบื้องหลังแทบไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้

ช่อดอกไม้ของอียิปต์โบราณ

ในอียิปต์โบราณมีหลักฐานที่จับต้องได้มากกว่า และชวนให้รู้สึกคุ้นเคยอย่างไม่น่าเชื่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันเก็บรักษาซากช่อดอกไม้จากสมัยราชอาณาจักรกลางของอียิปต์ ซึ่งมีอายุราว 2030–1640 ปีก่อนคริสตกาล ผ่านไปอย่างน้อย 3,600 ปี ส่วนประกอบจากพืชและเส้นกกที่ใช้มัดยังคงอยู่ นี่ไม่ใช่ภาพวาดดอกไม้หรือข้อความที่กล่าวถึงดอกไม้ แต่เป็นการจัดดอกไม้จริงที่คนในอดีตเก็บและมัดด้วยมือ

ดอกไม้มีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมของอียิปต์โบราณ ภาพเขียนในสุสานแสดงช่อดอกไม้ทรงสูงที่นำมาถวายในงานเทศกาล พวงมาลัยและเครื่องประดับรอบคอทำจากกลีบดอก ใบไม้ และผลไม้ลูกเล็กจริง ๆ เครื่องประดับรอบคอที่เกี่ยวข้องกับพิธีฝังพระศพของตุตันคาเมนยังมีร่องรอยของดอกคอร์นฟลาวเวอร์ ดอกป๊อปปี้ ใบมะกอก และพืชอื่น ๆ ซึ่งมีอายุมากกว่า 3,300 ปี

เครื่องประดับรอบคอของอียิปต์โบราณ ทำจากใบไม้ ดอกไม้ ผลไม้ลูกเล็ก และลูกปัดสีน้ำเงิน
เครื่องประดับรอบคอจากดอกไม้ ซึ่งพบในคลังสิ่งของจากพิธีทำมัมมี่ของตุตันคาเมน ราว 1328–1318 ปีก่อนคริสตกาล พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ภาพสาธารณสมบัติ

หนึ่งในภาพที่ชวนประทับใจที่สุดปรากฏบนหีบประดับจากสุสานของตุตันคาเมน ภาพนั้นแสดงให้เห็นกษัตริย์หนุ่มพิงไม้เท้าและยื่นมือออกไป ขณะที่ราชินีมอบช่อดอกบัว ปาปิรุส และป๊อปปี้สองช่อให้เขา ฉากนี้เก่าแก่ แต่ท่าทางกลับคุ้นเคย คนหนึ่งรวบรวมสิ่งสวยงาม แล้ววางไว้ในมือของอีกคน

การจัดดอกไม้ในสมัยนั้นไม่ใช่ช่อจากร้านดอกไม้แบบที่เรารู้จักในวันนี้ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งเทพเจ้า กษัตริย์ เทศกาล และชีวิตหลังความตาย แต่การกระทำสำคัญอยู่ครบแล้ว นั่นคือเลือกดอกไม้ รวบรวมเข้าด้วยกัน และมอบให้ด้วยความตั้งใจ

ดอกไม้ไม่ได้ถูกมอบเป็นช่อเสมอไป

ธรรมเนียมนี้ไม่มีจุดกำเนิดเพียงแห่งเดียว ผู้คนในแต่ละวัฒนธรรมต่างมีวิธีมอบ สวมใส่ และจัดดอกไม้เป็นของตนเอง

ทั่วอนุทวีปอินเดีย ดอกไม้ถูกนำมาร้อยเป็นพวงมาลัยในพิธีบูชา งานแต่งงาน การต้อนรับ และพิธีสำคัญในแต่ละช่วงชีวิต พวงมาลัยใช้ถวายแด่เทพเจ้า มอบเพื่อต้อนรับและให้เกียรติแขก หรือแลกกันระหว่างคู่บ่าวสาวเพื่อสื่อถึงการร่วมชีวิตและความไว้วางใจ ในรูปแบบนี้ ดอกไม้ไม่ได้มีไว้เพียงตั้งในแจกัน ผู้คนถือ สวม และส่งดอกไม้จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง

ในจีน ศิลปะการนำดอกไม้ตัดมาจัดในภาชนะพัฒนาขึ้นส่วนหนึ่งจากธรรมเนียมถวายดอกไม้แด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนา ในสมัยราชวงศ์ถังและยุคห้าราชวงศ์ ธรรมเนียมชมดอกไม้และประดับบ้านด้วยการจัดดอกไม้แพร่จากราชสำนักสู่ผู้คนวงกว้าง เมื่อถึงราชวงศ์ซ่ง การวางดอกไม้ตามฤดูกาลในห้องโถงหรือห้องอ่านหนังสือนับเป็นหนึ่งในกิจกรรมอันประณีตของผู้มีการศึกษา ควบคู่กับการจุดเครื่องหอม ดื่มชา และแขวนภาพวาด

ในญี่ปุ่น ธรรมเนียมวางดอกไม้หน้าหิ้งบูชาแบบพุทธแพร่หลายหลังพุทธศาสนาเข้ามาในคริสต์ศตวรรษที่ 6 เมื่อผสานกับความเชื่อดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มองว่าธรรมชาติมีจิตวิญญาณ การถวายดอกไม้เหล่านี้จึงมีส่วนต่อการพัฒนาอิเคบานะ ในศิลปะแขนงนี้ องค์ประกอบไม่จำเป็นต้องเต็มแน่น แนวของก้าน มุมของกิ่ง และพื้นที่ว่างรอบ ๆ อาจสำคัญพอ ๆ กับตัวดอกไม้

ภาพพิมพ์ญี่ปุ่น แสดงผู้คนกำลังจัดดอกไม้ตามฤดูกาลสำหรับเทศกาลชมจันทร์
คิตะกะวะ อุตะมะโระ (Kitagawa Utamaro), หญิงและชายจัดดอกไม้สำหรับเทศกาลสึกิมิ (ชมจันทร์), ค.ศ. 1802 พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ภาพสาธารณสมบัติ

รูปแบบและความหมายแตกต่างกัน แต่ทุกแบบล้วนนำความงามของธรรมชาติมาสื่อความตั้งใจจากคนหนึ่งถึงอีกคนหนึ่ง

ช่อดอกไม้แบบปัจจุบันเกิดขึ้นเมื่อไร?

ตลอดประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ ดอกไม้สดหาได้ตามฤดูกาลและในท้องถิ่น ทั้งยังเก็บรักษาได้ยาก ช่อใหญ่ที่รวมดอกไม้หลายชนิดจึงมักเป็นของฟุ่มเฟือยราคาแพง หรือมีอยู่ให้เห็นเพียงในภาพวาด

ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 จิตรกรชาวดัตช์และเฟลมิชสร้างภาพดอกไม้ในแจกันที่มีรายละเอียดน่าทึ่ง สำหรับสายตาคนปัจจุบัน ภาพเหล่านั้นอาจดูเหมือนช่อหรูหราจากฝีมือนักจัดดอกไม้ แต่ในเวลานั้น ความอุดมสมบูรณ์เช่นนี้เป็นสิ่งพิเศษ พิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum ระบุว่าดอกไม้มีราคาแพง และสวนในสมัยนั้นมีดอกไม้ให้เลือกน้อยกว่าที่เราคิด

บางช่อในภาพรวมดอกไม้ที่บานคนละฤดู และบางครั้งยังมาจากคนละมุมโลก จึงไม่มีทางจัดช่อแบบนั้นได้จริงในเวลาเดียวกัน ศิลปินศึกษาดอกไม้ตามช่วงเวลาที่มันผลิบาน แล้วประกอบช่อในอุดมคติขึ้นบนผืนผ้าใบ นำทั้งปีแห่งการผลิบานมารวมไว้ในช่อเดียว

ภาพเหล่านี้บอกเราว่า ดอกไม้ตัดเป็นสิ่งที่ผู้คนใฝ่หาอยู่แล้ว ดอกไม้เหล่านั้นอาจสื่อถึงความหายาก ความรอบรู้ และสถานะ แต่ยังแสดงถึงความมหัศจรรย์ของการรวบรวมความหลากหลายของธรรมชาติเข้ามาไว้ในบ้าน

พอถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 การซื้อขายดอกไม้เริ่มคล้ายกับวันนี้มากขึ้น ตลาดนำดอกไม้ตัดมาสู่บ้านเรือน ส่วนคนขายริมถนนเสนอช่อเล็กที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ภาพถ่ายคนขายดอกไม้แห่งโคเวนต์การ์เดนของจอห์น ทอมสันในปี 1877 บันทึกช่วงเวลาที่คนทั่วไปซื้อดอกไม้ได้บนถนนลอนดอน แทนที่จะมีโอกาสเห็นเฉพาะในสวนของคนมั่งคั่งหรือในภาพวาด

คนขายดอกไม้สี่คนยืนข้างตะกร้าบนถนนลอนดอนในคริสต์ศตวรรษที่ 19
จอห์น ทอมสัน, คนขายดอกไม้แห่งโคเวนต์การ์เดน, ค.ศ. 1877 พิพิธภัณฑ์ศิลปะคลีฟแลนด์ CC0

ศตวรรษเดียวกันยังทำให้ “ภาษาดอกไม้” หรือฟลอริโอกราฟี (floriography) ได้รับความนิยม หนังสือคู่มือพร้อมภาพประกอบกำหนดความหมายให้ดอกไม้แต่ละชนิด ช่วยให้ผู้คนสร้างข้อความจากดอกไม้เพื่อสื่อถึงความรัก มิตรภาพ ความหวัง หรือความอาลัย ความหมายเหล่านี้ไม่ได้ตรงกันทุกเล่ม จึงไม่ควรมองว่าเป็นรหัสลับสากล แต่หนังสือได้รับความนิยมเพราะตอบความต้องการที่คุ้นเคย นั่นคือการให้ดอกไม้พูดแทนสิ่งที่เอ่ยเป็นคำพูดได้ยาก

การส่งดอกไม้เปลี่ยนไป แต่เจตนาเดิมยังอยู่

เมื่อการเพาะปลูกและขนส่งพัฒนาขึ้น นักจัดดอกไม้ก็มีทางเลือกมากขึ้น ดอกไม้เดินทางได้ไกลขึ้น นำมาจัดรวมกันได้หลากหลายขึ้น และผู้คนสามารถสั่งช่อที่จัดอย่างมืออาชีพให้คนที่อยู่ห่างไกล โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตที่ตามมาภายหลังทำให้การ “ส่งดอกไม้” ดูแทบจะเกิดขึ้นได้ในทันที

ระบบสมัยใหม่นี้น่าจะตรงกับสิ่งที่นักท่องเที่ยวหมายถึง การเลือกช่อบนหน้าจอแล้วจัดส่งไปยังโรงแรม บ้าน หรือที่ทำงานย่อมไม่ใช่เรื่องโบราณ แต่เป็นเพียงวิธีใหม่ในการสานต่อแนวคิดที่เก่าแก่มาก

ในประเทศไทย ช่อดอกไม้ห่อสวยที่มอบในวันเกิด วันรับปริญญา หรือวันวาเลนไทน์อาจเป็นธรรมเนียมค่อนข้างใหม่ แต่ก่อนหน้านั้นดอกไม้ก็มีความหมายลึกซึ้งทั้งในพิธีกรรมและในความสัมพันธ์ส่วนบุคคลอยู่แล้ว พวงมาลัย ดอกไม้บูชา และดอกไม้ที่มอบให้ผู้ใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของภาษาทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่กว่ามาก สื่อถึงความเคารพ ความศรัทธา และความปรารถนาดี เราเล่าถึงความเชื่อมโยงเหล่านี้เพิ่มเติมไว้ในบทความเรื่องความหมายของดอกไม้ในวัฒนธรรมไทย

เหตุใดเราจึงยังมอบดอกไม้ให้กัน?

บางทีดอกไม้ยังคงมีความหมาย เพราะช่วยให้เราแบ่งปันสิ่งงดงามอย่างน่าอัศจรรย์จากธรรมชาติกับคนอื่นได้

ท้องฟ้ายามอาทิตย์ตกที่งดงามอาจทำให้เราหยุดมอง แต่เราไม่อาจหยิบขึ้นมา นำไปหาใครสักคน หรือวางลงในมือเขา ดอกไม้คือความงามจากธรรมชาติอีกแบบหนึ่งที่เราเก็บรวบรวม จัด และมอบต่อได้

ยิ่งมองดอกไม้ใกล้ ๆ ก็ยิ่งเห็นรายละเอียด รูปทรงและการเรียงตัวของกลีบ การไล่เฉดสี กลิ่นหอม และความแตกต่างเล็ก ๆ ที่ทำให้ดอกหนึ่งไม่เหมือนอีกดอก ช่อดอกไม้รวบรวมรายละเอียดเหล่านี้ไว้ด้วยกัน และทำให้ผู้รับมีเวลาค่อย ๆ มอง กลับมาชื่นชมได้อีกหลายครั้ง และสังเกตว่าดอกไม้เปลี่ยนบรรยากาศในห้องอย่างไร

ช่อดอกไม้ยังมีข้อความเรียบง่ายและงดงามอยู่ในนั้นว่า “เราเห็นสิ่งสวยงาม จึงอยากแบ่งปันกับคุณ” นี่อาจเป็นเหตุผลที่ดอกไม้ยังคงเป็นของขวัญที่มีความหมายในหลากหลายวัฒนธรรม ดอกไม้เปลี่ยนความชื่นชมให้เป็นความเอื้อเฟื้อ และทำให้วันเกิด การพบกัน การจากลา หรือแม้แต่วันอังคารธรรมดา ๆ มีความหมายขึ้นมา

ดอกไม้ยังทำให้ความรู้สึกกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ความรักกลายเป็นสิ่งที่ถือไว้ในมือ กำลังใจเดินทางมาถึงหน้าประตู ความขอบคุณวางอยู่บนโต๊ะ แม้ผู้ส่งอยู่ไกล ของขวัญก็อยู่ในห้องเดียวกับผู้รับ

นี่อาจอธิบายได้ว่าทำไมธรรมเนียมนี้จึงสืบต่อมา แม้รูปแบบเปลี่ยนไปอย่างมาก ดอกไม้ดอกหนึ่งอาจถูกวางในหลุมศพ ร้อยลงในพวงมาลัย ตั้งไว้หน้าหิ้งบูชา วาดรวมอยู่ในช่อที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง หรือห่อกระดาษแล้วส่งข้ามเมือง แต่ละรูปแบบเกิดขึ้นในคนละยุคและวัฒนธรรม แต่ล้วนเปลี่ยนความงามให้กลายเป็นความหมาย

แล้วนักท่องเที่ยวคนนั้นพูดถูกไหม?

ร้านดอกไม้ บริการจัดส่ง และการชำระเงินออนไลน์เป็นของโลกสมัยใหม่ แต่ความปรารถนาที่จะมอบดอกไม้ให้ผู้อื่นนั้นเก่าแก่กว่ามาก เมื่อเราเลือกดอกไม้ให้ใครสักคน เรากำลังสานต่อหนึ่งในวิธีแสดงความรู้สึกที่เก่าแก่และเข้าใจง่ายที่สุดของมนุษย์ นั่นคือรวบรวมสิ่งสวยงามและใช้สิ่งนั้นบอกความรู้สึกของเรา

การจัดส่งเป็นเรื่องสมัยใหม่ การมอบดอกไม้มีมาตั้งแต่โบราณ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย
บล็อก

พร้อมสั่งดอกไม้สดแล้วหรือยัง?

เลือกดูคอลเลกชันช่อดอกไม้สวยๆ สำหรับจัดส่งในภูเก็ต

เลือกซื้อช่อดอกไม้